อาหาร ขนม
  เครื่องดื่ม
  สมุนไพร อาหารเสริม
  เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกาย
  ของใช้ ของประดับ ตกแต่ง
  อาหารภูเก็ต
  อาหาร
  ความงาม
  กระเป๋า เครื่องประดับ
  มือถือ แท็บแลต
  คอมพิวเตอร์
  อุปกรณ์สำนักงาน
  สินค้าตกแต่งบ้าน
  กีฬา
  กล้อง
  อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
  เสื้อผ้า
  ดนตรี
  แบรนด์เนม
  รองเท้า
  สมุนไพร อาหารเสริม

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

รองเท้า
280.00



รองเท้า
280 .00



ปลาดุกร้า เมืองพัทลุง
65.00



กระเป๋าจักสานแบบกระเป๋าตัง 2 ซิป
290.00



กระเป๋าเป้จักสาน สะพายพลังสวยๆ
350.00



กระเป๋าจักสานแฟชั่นผูกโบว์สวยๆ แนววัยรุ่น
350.00



กระเป๋าจักสานแบบสะพายยาว
220.00



กระเป๋าเงินแบบถือจักสาน
290.00



กระเป๋าจักสานแบบหิ้วสะพาย
290.00



     
     
     
   
 
   
 

สั่งสปาเกตตี้ 4 เมนูยอดนิยม เพียง 80 บาท จากปกติ 169 บาท

7/02/2016


สั่งสปาเกตตี้ 4 เมนูยอดนิยม เพียง 80 บาท จากปกติ 169 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค. 59 - สปาเก็ตตี้ผัดปลาสลิดกรอบ - สปาเก็ตตี้คาร์โบนาร่า ไข่ออนเซ็น - สปาเก็ตตี้ผัดแซลมอนรมควันและไข่กุ้ง - สปาเก็ตตี้กุ้งในครีมซอสมะเขือเทศ *เฉพาะบริการนั่งทานที่ร้าน 156 สาขาทั่วประเทศในศูนย์การค้าเซ็นทรัล / เดอะมอลล์ / เทสโก้โลตัส / บิ๊กซี / โรบินสัน / ซีคอนสแควร์ และ ซีคอนบางแค / มาร์เก็ตวิลเลจ / สยามเซ็นเตอร์ / เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ / ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต / เมกาบางนา




ZEN อร่อยสุดคุ้ม ลดสูงสุด 30% กับ 5เมนู (ถึง 26 ก.พ. 59)

29/01/2016


อร่อยสุดคุ้ม ลดสูงสุด 30% กับ 5 เมนู ได้แก่ กุ้งเทมปุระ, นอร์เวย์มากิ, ปลาดิมรวมอย่างดี 5 อย่าง , สเต็กเนื้อวากิวออสเตรเลีย, แซลมอนแซ่บ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ZEN ยกความอร่อยแบบคุณภาพพรีเมี่ยมในราคาพิเศษ ระยะเวลาโปรโมชั่น พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่วันนี้ ? 29 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ZEN ทุกสาขา




ทานบุฟเฟ่ต์สุดคุ้มในราคาท่านละ 259 บาท ที่ Sukishi Buffet และ Seoul Grill

7/02/2016


ทานบุฟเฟ่ต์สุดคุ้มในราคาท่านละ 259 บาท จากราคาปกติท่านละ 349 บาท ที่ Sukishi Buffet และ Seoul Grill ตั้งแต่วันนี้ – 15 เม.ย. 59 เงื่อนไขการรับสิทธิพิเศษ 1.ลูกค้า Blue Member สามารถรับสิทธิ์ได้ 2.สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าดีแทคและแฮปปี้เท่านั้น 3.แสดงสิทธิ์ก่อนใช้บริการ โดยกดรับสิทธิ์ต่อหน้าพนักงาน และแสดงข้อความในโทรศัพท์เคลื่อนที่ของท่าน 4.ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับสิทธิ์จากการ capture หน้าจอหรือการทุจริตใด ๆ 5.จำกัดสิทธิ์ 1 สิทธิ์/ท่าน/บิล/เดือน และจำกัด 1,350 สิทธิ์/สัปดาห์ 6.สามารถใช้ได้เฉพาะราคาผู้ใหญ่ปกติเท่านั้น 7.ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นส่วนลดของบัตรสมาชิกหรือส่วนลดอื่น ๆ ได้อีก ต้องเลือกรับส่วนลดส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น 8.สามารถสะสมคะแนนในบัตรสมาชิกซูกิชิได้ เมื่อคำนวณจากยอดสุทธิหลังหักส่วนลดแล้วเท่านั้น 9.ไม่สามารถนำมาแลก เปลี่ยน ทอนเป็นเงินสด หรือโอนให้ผู้อื่นได้ 10.ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า Sukishi สาขาทีร่วมรายการ - เดอะมอลล์ :บางกะปิ, บางแค, นครราชสีมา - เซ็นทรัล : รามอินทรา, พระรามสาม, พระรามเก้า, ปิ่นเกล้า, ขอนแก่น, ชลบุรี, เชียงราย, อุบลราชธานี - บิ๊กซี : รัชดา, หัวหมาก - โลตัส : รามอินทรา, พัทยาใต้, สามกอง(ภูเก็ต) - แฟชั่นไอส์แลนด์, มาบุญครอง - Seoul Grill สาขาทีร่วมรายการ - เดอะมอลล์บางกะปิ, ยูเนี่ยนมอลล์, เซ็นทรัลบางนา, โลตัสถลาง ภูเก็ต




   
   
   
 
แนะเคล็ดลับ 5 วิธีง่ายๆ เพิ่มเงินในกระเป๋า เริ่มได้ที่บ้าน แล้วคุณจะรวยโดยไม่รู้ตัว
วันนี้ เรามี 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากขึ้น มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น โดยเริ่มจากที่บ้านของเราเอง 1.ปิดทีวี เชื่อว่าหลายๆ สิ่งแรกที่ทุกคนทำเมื่อถึงบ้านคือเปิดทีวี และมีอีกหลายๆ คนเช่นกันที่เปิดทิ้งไว้อย่างนั้น ไม่ได้ดูเสียด้วยซ้ำ เท่ากับว่าเสียค่าไฟโดยใช่เหตุ ดังนั้น ถ้าไม่ดูทีวีก็ปิดเสียเถอะครับ ประหยัดค่าไฟดี และข้อดีอีกอย่างก็คือ ไม่ต้องเห็นโฆษณาล่อตาล่อใจให้ซื้อของ แถมยังมีเวลาไปทำอย่างอื่นอีก เช่น อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน เป็นต้น เห็นไหมล่ะครับว่า ยิงปืนนัดเดียว ได้นกหลายตัว 2. เลิกเก็บ เริ่มขาย ลองมองไปรอบๆ บ้านดูสิครับว่ามีอะไรบ้างที่ไม่ได้ใช้งานเลยหลายเดือนแล้ว ไหนจะของตกแต่งบ้านที่ตอนนี้ทำให้บ้านดูรกมากกว่าสวย ไหนจะเสื้อผ้าที่ไม่ได้หยิบมาใส่เลยตั้งแต่ซื้อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ เชื่อว่าเยอะตรึม! เปลี่ยนข้าวของที่ไม่ใช่แล้วมาเป็นเงินกันดีกว่า! คุณอาจเซิร์ชหาอีเวนท์งานเปิดท้ายขายของ หรือถนนคนเดินของมือสอง เพื่อนำของในบ้านไปขาย ถ้าจะเปิดร้านขายของใน Facebook หรือ Instagram ก็ทำได้ไม่ยาก โปรโมทตัวเองหน่อย แล้วไม่นาน นอกจากบ้านจะไม่รก เงินในกระเป๋าก็เพิ่มด้วย 3. ซ่อมได้ ซ่อมเถอะ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องใช้ต่างๆ ในบ้าน หากมันเสียหรือมีจุดบกพร่องนิดหน่อย ลองซ่อมดูก่อนเถอะครับ อย่างถ้าเสื้อเชิ้ตตัวโปรดกระดุมหลุดไปหนึ่งเม็ด ก็ไม่ถึงกับต้องโยนทิ้งแล้วซื้อใหม่เสียหน่อย คุณอาจลองหากระดุมแบบเดียวกันหรือคล้ายๆ กันมาปักใส่ใหม่ หรือใครที่ไม่อยากทำเองจริงๆ ก็เอาไปร้านตัดเย็บผ้าก็ได้ เสียเงินไม่กี่สิบบาท ดีกว่าต้องซื้อเสื้อตัวใหม่ราคาหลายร้อย 4. ชวนเพื่อนมาบ้านดีกว่า สำหรับคนที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามร้านอาหารหรูๆ และผับบาร์ชิคๆ แต่รู้ไหมครับว่าสถานที่เหล่านี้น่ะตัวดูดเงินเลย ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง โดยการแบ่งกันซื้อเครื่องดื่ม อาหาร ขนม แล้วมารวมตัวกันที่บ้านของคุณ เปิดเพลงโปรดของคุณและเพื่อนๆ หรือจะดูหนังซีรีส์ด้วยกันก็ได้ ลองทำอย่างนี้สักเดือนสองเดือน แล้วคุณจะพบว่า มีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายกับอย่างอื่นอีกเยอะ 5. ออกกำลังกายด้วยตนเอง คุณเป็นสมาชิกฟิตเนสที่ไหนอยู่หรือเปล่า? ปัจจุบันคนให้ความสนใจกับการออกกำลังกายและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเป็นอย่างมาก มีศูนย์บริการฟิตเนสเปิดตัวขึ้นมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่ด้วยความที่สถานที่เหล่านี้มีอุปกรณ์ออกกำลังกาย ห้องล็อคเกอร์ รวมถึงเทรนเนอร์ ทำให้คุณต้องเสียเงินเดือนละหลายพัน ซึ่งไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย การออกกำลังกายที่บ้านแทนจะทำให้คุณประหยัดเงินได้อีกมาก คุณอาจเปิดคลิปวิดีโอออนไลน์ที่สอนออกกำลังกายแล้วทำตามดู หรือจะวิ่งรอบหมู่บ้าน เล่นกีฬากับเพื่อนบ้านก็ยังได้ สุขภาพแข็งแรงเหมือนกัน เห็นอย่างนี้แล้ว ลองนำไอเดียเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ล่ะครับ และอย่าลืมว่า รายได้จะมีเท่าไร ไม่สำคัญเท่านิสัยการใช้เงิน และความสามารถในการจัดการการเงินของเรานะครับ
10 ประเทศที่จ่ายเงินเดือน แพงที่สุดในโลก!!
วันนี้จะพาไปดู 10 อันดับประเทศที่จ่ายเงินเดือนให้พนักงานแพงที่สุดในโลกกันค่ะ ว่าแต่มีประเทศไหนติดอันดับ 1 ใน 10 บ้างไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ 10. ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศเนเธอร์แลนด์มีท่าเรือที่สำคัญทางธุรกิจหลายแห่งด้วยกัน ซึ่งไม่แปลกเลยที่ผู้คนในประเทศนี้จะมีรายได้เฉลี่ย 870,000 บาทต่อปี โดยที่ทุกคนทำงานเพียงสัปดาห์ละไม่เกิน 35 ชั่วโมง 9. ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีการเติบโตทางธุรกิจค่อนข้างเร็ว จัดอยู่อันดับที่ 6 ประเทศผู้ส่งออก และอันดับที่ 10 ประเทศนำเข้าสินค้าของโลก ผู้คนมีรายได้เฉลี่ย 1,062,180 บาทต่อปี แต่ต้องทำงานเฉลี่ย 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 8. ประเทศนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์เป็นประเทศหนึ่งในแถบสแกนดิเนวียนที่มีสวัสดิการด้านสุขภาพและการศึกษาที่ดีสุดในโลก นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติเช่นน้ำมัน พลังงานน้ำ อาหารทะเล รายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 933,030 บาทต่อปี โดยที่ผู้คนต้องทำงาน 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 7. ประเทศแคนาดา ประเทศแคนาดามีปริมาณน้ำมันสูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากประเทศซาอุดิอาระเบีย นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งแร่ธาตุที่สำคัญต่างๆอีกด้วย ผู้คนในประเทศนี้มีรายได้เฉลี่ย 1,260,000 บาทต่อปี และต้องเสียภาษีถึง 23% แต่เงินภาษีก็ใช้ในการพัฒนาส่งเสริมการศึกษาและสุขภาพ การทำงานเฉลี่ยของประเทศแคนาดา 32 ชั่วโมง 6. ประเทศอังกฤษ 75% ของผู้คนในประเทศนี้ทำงานด้านบริการ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีรายได้มาจากการท่องเที่ยวค่อนข้างสูง รายได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ 1,350,000 บาท ต้องเสียภาษีถึง 25% ให้กับบริการสุขภาพถ้วนหน้าของรัฐและสวัสดิการการศึกษา แต่กว่าจะได้รายได้ขนาดนี้ ต้องทำงานถึง 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 5. ประเทศออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลียมีเศรษฐกิจที่ค่อนข้างแข็งแกร่งด้านการส่งออกอาหาร น้ำมัน และแร่ธาตุ รายได้เฉลี่ยต่อปี 1,349,490 บาทต่อปี เสียภาษี 23% และทำงานเพียง 32 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 4. ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีบทบาทสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยา สุขภาพ สารเคมีพิเศษ เครื่องดนตรี รายได้เฉลี่ย 1.5 ล้านบาท เสียภาษี 30% 3. ประเทศลักเซมเบิร์ก ประเทศลักเซมเบิร์กเป็นประเทศเล็กๆ ในยุโรป ปัจจุบันมีการส่งออกเหล็ก ยางพารา และอุปกรณ์การเกษตร รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 1.59 ล้านบาทต่อปี เสียภาษี 28% 2. ประเทศไอร์แลนด์ ประเทศไอร์แลนด์เป็นศูนย์รวมการเกษตรกรรมของสหราชอาณาจักร รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 1.53 ล้านบาทต่อปี น้อยกว่าประเทศลักเซมเบิร์ก แต่ว่าผู้คนในไอร์แลนด์เสียภาษีเพียง 18.9% น้อยกว่าลักเซมเบิร์ก 1. ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสหรัฐฯเป็นประเทศมหาอำนาจของโลก มีทรัพยากรที่มากมาย แต่ก็ยังเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้ส่งออกอันดับสองของโลก รายได้เฉลี่ย 1.65 ล้านบาท เสียภาษี 23% เท่ากับแคนาดา ออสเตรเลีย และอังกฤษ
แต่ละวินาที Apple Google Facebook ทำเงินได้..
จากการแถลงผลประกอบการในแต่ละไตรมาสของบริษัทด้านเทคโนโลยีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Apple, Google, Facebook, Microsoft ฯลฯ เรามักเห็นตัวเลขผลกำไรและรายได้ในจำนวนมหาศาล ซึ่งจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันคงต้องยอมรับว่ารายได้ของบริษัทเทคโนโลยีเริ่มแซงหน้าบริษัทน้ำมันไปแล้ว Penny Stocks Lab. ได้จัดทำกราฟิกแสดงผลกำไรและรายได้แบบเรียลไทม์ โดยบริษัทเทคโนโลยีสามารถทำกำไรเฉลี่ยรวมกันถึง 2,000 เหรียญสหรัฐ ต่อวินาที หรือ 140,000 เหรียญสหรัฐ ต่อนาที ซึ่งกว่า 50% เป็นกำไรที่เกิดจากบริษัท Apple นอกจากการแสดงผลกำไรและรายได้แบบเรียลไทม์แล้ว ยังทำให้เราทราบถึงตัวเลขกำไรที่ยังติดลบของทั้ง Twitter, Pandora และ Yelp เช่นกัน อย่างไรก็ดี แม้บริษัทส่วนใหญ่จะมีผลกำไรมหาศาล แต่ทั้งหมดต่างก็ต้องเสียภาษีตามกฏหมายของประเทศนั้นๆ ส่วนจะจ่ายมากจ่ายน้อย ก็สุดแท้จะคิดเอาล่ะกัน
“มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” ขึ้นแท่นรวยอันดับ 4 ของโลกแล้ว!
บลูมเบิร์ก บิลเลียนแนร์ อินเด็กซ์ เผย มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก มีทรัพย์สินร่ำรวยขึ้นเป็นอันดับ 4 ของโลกแล้วในการจัดอันดับครั้งล่าสุด ขณะที่อันดับ 1 ยังคงเป็นเจ้าพ่อไมโครซอฟต์ อย่างบิล เกตส์ วันที่ 3 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ในวัย 31 ปี ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก มีทรัพย์สินอยู่ที่ราว 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท ทำให้ความร่ำรวยของเขาแซงหน้า คาร์ลอส สลิม และ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อเมซอนดอทคอมไปแล้ว แม้ว่าราคาหุ้นของเฟซบุ๊ก ในการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมาจะตกลงไป 0.4% แต่กระนั้น ในภาพรวมตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมาราคาหุ้นของเฟซบุ๊กก็ปรับขึ้นไปได้ 9.5% แล้วสวนทางกับทิศทางตลาดหุ้นโลก ยิ่งไปกว่านั้นเฟซบุ๊ก ก็ยังประกาศผลกำไรเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ ทำให้เฟซบุ๊กกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 4 ไปแล้ว ตามหลังบริษัทอัลฟาเบ็ต บริษัทแม่ของกูเกิล , แอปเปิล อิงค์ และไมโครซอฟต์ ตามลำดับ นอกจากนั้น ซัคเคอร์เบิร์ก ยังเป็นเพียงมหาเศรษฐีรายเดียวในกลุ่ม 5 มหาเศรษฐีที่มั่งคั่งที่สุดในโลกที่มูลค่าหุ้นที่ถือครองนั้นปรับเพิ่มขึ้นในปีนี้ ขณะที่ในกลุ่มมหาเศรษฐีที่รวยที่สุด 10 อันดับที่จัดโดยบลูมเบิร์กนั้นส่วนใหญ่เป็นมหาเศรษฐีหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีทั้งสิ้น
ตระกร้าหวายลายพิกุล : จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กลุ่มตะกร้าหวายลายพิกุล ได้มีการสืบทอดภูมิปัญญาด้านการจักสาน โดยฝึกสอนให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นและผู้สนใจทั่วไป พร้อมทั้งมีการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานประเภทต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการใช้สอย เช่น ตะกร้าหวายลายพิกุล และกล่องใส่กระดาษทิชชู่ลายพิกุล เนื่องจากง